คุณกิติศักดิ์กับอาชีพรับจ้าง ฉีด พ่น 3ทหารเสือ


แฟนรายการ ยูพาส เพื่อเกษตรกรไทย และเป็นเจ้าของสวนยาง ไม่ควรพลาด เวลา 13.00 - 15.00 น. ช็อตเด็ด คุณกิติศักดิ์ ผู้ผันตัวเองจากชาวสวนยาง มาเป็นผู้รับจ้างนำ 3 ทหารเสือไปใช้ประกอบอาชีพ รับจ้างฉีด พ่น ทำให้ยางมีผลผลิต 2 - 3 เท่า ทั่วภาคใต้ ด้วย 3 ทหารเสือ...แม้กระทั่งยางพารากำละงจะโค่น กลับมาให้น้ำยางได้อีกครั้ง...




0 ความคิดเห็น:

คุณสมบัติพิเศษในการผลิต?



การทำให้ส่วนผสมและรูปร่างคงรูปได้ โดยทำให้เป็นเม็ดเล็กละเอียดและมีรูพรุน สามารถป้องกันการเผาผลาญที่สูญเปล่า ซึ่งส่งผลดีต่อระบบการย่อยอาหารให้ดีขึ้น

การขจัดสารพิษและเชื้อราขนาดเล็ก ใช้เทคโนโลยีแบบสเปรย์ ดรายโดยกระบวนการพลาสติไซเซชั่นที่ 1100c

ทำให้สารพิษและเชื้อราต่างๆ ในอาหารสัตว์และปุ๋ยพืชเช่น อะฟลาทอคซิน ชีราลีโนน ลดลงกว่า 90%

สามารถควบคุ้มปริมาณความชื้นได้ดี เนื่องจากมีรูพรุนจำนวนมาก

การทำให้เป็นเม็ดเล็กละเอียดและมีรูพรุน  สามารถดูดซับแก๊สแอมโมเนียลงได้มากไม่ก่อให้เกิดแก๊สมีเทน อันเป็นสาเหตุหนึ่งของการเจ็บป่วยของสัตว์

เพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมสารอาหารและแร่ธาตุต่างๆเข้าสู้เซลล์ของสัตว์และพืชได้มากขึ้น

ทำให้กระบวนการเผาผลาญมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อการเพิ่ม และเกิดใหม่ของเซลล์เนื้อเยื้อ

0 ความคิดเห็น:

บทความการเกษตร เพาะเลี้ยง “หอยแครง”


“หอยแครง” เป็นอาหารทะเลที่นิยมบริโภคอย่างแพร่หลาย เป็นอีกหนึ่งสัตว์น้ำที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ ในประเทศไทยพบว่ามีการเลี้ยงครั้งแรกที่ ต.บางตะพูน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ต่อมาจึงได้ขยายพื้นที่การเลี้ยงไปตามจังหวัดต่างๆ ที่อยู่แถบชายฝั่งและสภาพพื้นที่เหมาะสม อาทิ ฝั่งอันดามันและอ่าวไทย ได้แก่ จ.สมุทรสงคราม จ.เพชรบุรี จ.สุราษฎร์ธานี จ.นครศรีธรรมราช จ.ภูเก็ต จ.สตูล จ.ปัตตานี เป็นต้น
ลักษณะหอยแครง
หอยแครงชนิดที่นิยมนำมาใช้ในการเลี้ยง เรียกทั่วไปว่า หอยแครงเทศ, หอยแครงขุ่ย, หอยแครงปากมุ้ม เป็นหอยที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ชอบฝังตัวอยู่ตามชายหาดโคลนหรือเลนละเอียดในบริเวณชายฝั่งทะเล หอยแครงชอบฝังตัวอยู่ตามผิวดินโคลน และจะขึ้นมาผิวดินเมื่อระดับน้ำสูงขึ้น เพื่อหาอาหาร
การเลือกสถานที่เพาะเลี้ยง
1. ควรเลือกชายฝั่งทะเลบริเวณปากแม่น้ำหรืออ่าว ข้อสำคัญคือควรเป็นแหล่งที่หอยแครงเกิดอยู่แล้วตามธรรมชาติ หรือสามารถจัดหาพันธุ์หอยเพื่อหว่านเลี้ยงได้สะดวก
2. พื้นที่ควรเป็นหาดโคลนเรียบ มีความลาดเอียงน้อย เป็นอ่าวที่บังคลื่นลมได้ดี กระแสน้ำไม่แรงเกินไปเพื่อป้องกันคลื่นลมพัดพาหอยแครงไปกองรวมกัน
3. ดินควรเป็นดินเลน, ดินโคลนละเอียดหรือดินเหนียวปนโคลน ควรมีความหนาของผิวหน้าดินเลนไม่ต่ำกว่า 40-50 ซม.
4. ช่วงความลึกของน้ำในแหล่งเลี้ยงควรลึกประมาณ 0.5-1 เมตร (ระดับทะเลปานกลาง) และความเค็มของน้ำทะเลบริเวณแหล่งเลี้ยงควนเปลี่ยนอยู่ในช่วง 10-31 ส่วนในพัน เพราะถ้าน้ำมีสภาพจืดเกินไปอาจทำให้หอยแครงตายได้
5. ห่างไกลน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมและแหล่งอาศัยของชุมชน เพื่อให้เนื้อหอยมีคุณภาพ ปลอดภัยต่อผู้บริโภค
รูปแบบการเลี้ยง แบ่งเป็น 2 ระบบหลักๆ คือ
1. ระบบดั้งเดิม เป็นการทำฟาร์มขนาดเล็ก เนื้อที่เลี้ยงประมาณ 5-30 ไร่/ครอบครัว โดยกั้นคอกด้วยเฝือกไม้ไผ่ แล้วนำลูกหอยมาหว่าน ขนาดของลูกหอยที่เลี้ยงขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ หากเป็นหอยพื้นเมืองของ จ.เพชรบุรี จะใช้ลูกหอยขนาดใหญ่ คือ 400-1,200 ตัว/กิโลกรัม ขนาดที่นิยมหว่านเลี้ยงประมาณ 450 ตัว/กิโลกรัม จะมีอัตราการหว่านประมาณ 800-1,500 กิโลกรัม/ไร่ ต้องมีการตรวจสภาพและเกลี่ยหอยทุกๆ 15 วันหรือทุกๆ เดือน โดยใช้เครื่องมือ ‘โพง’ คล้ายคราด
ส่วนการเก็บผลผลิตสามารถใช้เรือลาก, ใช้กระดานถีบเลนเก็บหอย, เก็บหอยด้วยมือ, ใช้คราด เป็นต้น และคัดขนาดลูกหอย หลังจากเลี้ยงได้ 1 ถึง 1 ปีครึ่ง ซึ่งขนาดที่ตลาดต้องการประมาณ 70-80 ตัว/กิโลกรัม
2. ระบบพัฒนา เป็นการเลี้ยงแบบธุรกิจขนาดใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 200-1,000 ไร่/ผู้เลี้ยงหนึ่งราย ใช้ไม้เสาปักบอกอาณาเขตห่างกันประมาณ 2 เมตร/ 1 ต้น ล้อมรอบแปลงหอย ลูกหอยที่นำมาเพาะเลี้ยงมีขนาดเล็กนิยมใช้พันธุ์จากประเทศมาเลเซีย มีขนาดตั้งแต่ 1,000-3,000 ตัว/กิโลกรัม อัตราการหว่านเช่นเดียวกับระบบดั้งเดิม ระยะเวลาเลี้ยงประมาณ 1-2 ปี จะได้ขนาดที่ตลาดต้องการประมาณ 80-120 ตัว/กิโลกรัม
ปัญหาในการเลี้ยงหอยแครงที่เกษตรกรพบประจำ คือ การเกิดขี้ปลาวาฬ ซึ่งมักเกดในช่วงเดือนกันยายน ถึงเดือนพฤศจิกายน จะไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ อีกทั้งไม่มีตลาดรับซื้อ เกษตรกรผู้เลี้ยงจึงมักขายหอยแครงแดพ่อค้าคนกลางซึ่งจะรับหอยส่งออกไปขายที่ประเทศจีนในช่วงต้นปี
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : www.aquatoyou.com

0 ความคิดเห็น:

หมูเพชรน้ำคำฟาร์ม (ฟาร์มบ้านๆ) อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ โดย กุ๊ ตะวันแดง


หมูสองสาย(แลนด์บวกลาร์จ) เริ่มขุน ๗ มิ.ย. ๕๗ (๒๘ วัน หย่านม) เริ่มผสมใช้ อี จี พาวเวอร์ ๑๖ .มิ.ย.๕๗ วันนี้วันที่ ๒ ก.ค.๕๗
เห็นความแตกต่างมากครับ ที่สำคัญคือลดระยะเวลาในการเลี้ยงได้เป็นอ­ย่างดี หมูโตเร็วมากครับ ต้องลองเท่านั้นครับ ดีจริงถึงบอกต่อ โทร.๐๘๑-๑๑๗๘๑๖๘ ยินดีให้คำแนะนำครับ

0 ความคิดเห็น:

วิธีการปักชำแบบควบแน่น





วิธีการขยายพันธุ์พืช ด้วยการปักชำแบบควบแน่น โดยแนวคิดของนายเฉลิม พีรี
จาก ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
บ้านวัดใหม่ ๗๕ หมู่ ๓ ต.บึงสามัคคี อ.บึงสามัคคี จ.กำแพงเพชร 089 – 5670591
วิธีนี้ใช้ได้กับพืชผักและผลไม้ ๓๐ กว่าตัวอย่าง สามารถขยายได้ทีละมากๆ เมื่อเกิดน้ำท่วม
หรือลมพัดต้นแม่พันธุ์เสียหาย สามารถใช้วิธีนี้อนุรักษ์พันธุ์พืชได้
การขยายพันธุ์พืชผักพื้นบ้านแบบควบแน่นอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นวิธีการที่สามารถลดเวลา ต้นทุน
และการดูแลรักษา สามารถกำหนดปริมาณของผลผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาดและการบริโภคได้อย่างแม่นยำ
การขยายพันธุ์มะนาว แบบควบแน่น
องค์ประกอบในการควบแน่นมะนาว มีดังนี้
- ยอดมะนาว ความแก่อ่อน ๔๐ – ๖๐%
- น้ำสะอาด
- แก้วพลาสติค ขนาดบรรจุ ๑๐ ออนซ์ (หรือภาชนะที่ขนาดใหญ่กว่า ดูตามขนาดของยอดหรือกิ่งมะนาว)
- ถุงพลาสติคใสขนาด ๖ x ๑๑ นิ้ว (หรือขนาดใหญ่กว่า )
- ยางวงเส้นเล็ก หรือเชือก


วิธีทำ
- เก็บดินจากบริเวณที่มีอินทรีวัตถุน้อย ทำดินให้ร่วนซุย
- พรมน้ำคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วปั้นดู พอติดมือ (กำพอเป็นก้อน)
- นำดินใส่ให้เต็มแก้วพลาสติคหรือภาชนะกระถางที่จะใช้ โดยแบ่งใส่ ๓ ครั้ง แต่ละครั้งกดดินให้แน่น ระดับ ๘๐%
- ใช้ไม้แหลมหรือกรรไกรเสียบตรงกลางภาชนะที่ใส่ดินให้ลึกไม่เกิน ๓ ใน ๔ ส่วนของแก้ว
- ใช้กรรไกรคม ตัดยอดมะนาวตามที่ต้องการ ตัดให้ยาวประมาณ ๑๒ – ๑๘ ซม. ข้อสำคัญ อย่าให้แผลที่ตัดเปลือฉีก จะออกรากไม่ดี
- ใช้กรรไกรตัดหนามออกให้หมด ป้องกันหนามแทงถุง ถ้าอากาศเข้าจะออกรากยาก
- นำยอดมะนาวเสียบลงในรูที่เสียบไว้ ให้สุด
- กดดินรอบกิ่งมะนาวให้แน่น อย่าให้หลวม จะออกรากยาก
- นำถุงพลาสติคครอบลงแล้วรัดด้วยยางวงจำนวน ๒ เส้น แล้วดึงก้นถุงให้ยางไปรัดอยู่ที่ขอบปากแก้ว
- นำไปเก็บไว้ในที่ร่มรำไร หลังจากนั้น ๑๕ – ๒๐ วัน ให้ตรวจดูราก พอพบรากให้ปล่อยจนรากมีสีน้ำตาลค่อยกลับถุง
การกลับถุง มีวิธีดังต่อไปนี้
๑.ให้นำถุงออกจากแก้ว ช่วงประมาณ ๑๘.๐๐ น. เพื่อป้องกันความร้อน
๒.นำถุงออกแล้ว นำแก้วมะนาวที่ออกรากแล้ว ใส่กลับลงไปในถุง (เปิดปากถุงไว้ ไม่ต้องใช้ยางวงรัด)
๓.ทิ้งไว้ในร่มรำไร ประมาณ ๕ – ๗ วัน ค่อยนำแก้วมะนาวออกจากถุง เพื่อให้มะนาวปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม
๔.หลังจากนั้นนำแก้วมะนาวที่ออกจากถุง พักตัวไว้ในร่ม ๗ – ๑๐ วัน ค่อยนำไปเพาะในกระถาง หรือนำไปปลูกได้เลย
โดย ลุงเฉลิม บอกว่า ลงทุนแค่แก้วพลาสติกใสเพื่อจะได้มองเห็นรากที่งอก, ยางเส้นวงเล็ก, ถุงพลาสติกขนาด 6×10 หรือ 6×11 นิ้ว
และดินทั่วๆ ไป แต่ถ้าเป็นดินขุยไผ่ยิ่งดี (ห้ามใส่ปุ๋ยเพราะทำให้ดินร้อน) เอาดินมาพรมน้ำทดลองกำ ถ้าดินจับตัวเป็นก้อนมีความร่วนซุย
ใส่ลงในแก้วพลาสติกกดให้แน่นจนดินเต็มเสมอปากแก้ว…จากนั้นเอายอดกิ่งไม้ที่เลือกไว้ ความอ่อนแก่ 40-60 เปอร์เซ็นต์
ตัดกิ่งให้แผลเป็นรูปปากฉลาม ใช้กรรไกรเจาะดินลงไป 3 ใน 4 ส่วนของดิน นำกิ่งชำมาเสียบและกดลงไปให้แน่น
แล้วเอาถุงพลาสติกสวมครอบกับแก้วพลาสติก แล้วใช้หนังยางวง 2 เส้น รัดปิดปากถุงกับแก้ว ป้องกันไม่ให้อากาศภายนอกเข้า
นำไปวางในที่ร่มอากาศถ่ายเท ทิ้งไว้ 15 วัน แล้วรากจะงอกมาให้เห็นเมื่อรากเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล จัดการเปิดถุง
ตัดก้นถ้วยให้เกิดช่องอากาศ นำไปจุ่มน้ำเล็กน้อยดึงแก้วออก แล้วเอากิ่งปักชำใส่ถุงใบเดิม นำไปวางพัก 5-7 วัน
จากนั้นถึงนำไปปลูกลงดิน โดยให้กิ่งชำเอนเฉียงไปทางทิศเหนือหรือใต้ เพราะถ้าปลูกตั้งตรงหรือหันเฉียงไปทางทิศอื่น
แดดจะเผากิ่งชำตายได้…เป็นเทคนิคง่ายๆ ทำเองได้ ใช้ทุนไม่สูง จะเอาทำค้าขาย ลุงเฉลิม ไม่หวงวิชา. ( ลุงเฉลิมได้กล่าวไว้)
>> ในส่วนนี้ขอเสริมอีกหน่อย ถ้าเป็นต้นไม้ใหญ่ หรือพันธุ์ไม้ที่มีกิ่งที่ใหญ่ ก็ให้ใช้วัสดุในการปักชำใหญ่ขึ้นตาม
และอาจจะนำไม้ค้ำ ไว้ด้วยก็ดีเพื่อเสริมความคงทนไม่เอนเอียงง่าย
ไงก็ลองปรับ และ ประยุกช์ใช้กันนะครับ เพราะโดยส่วนตัวผมคิดว่า การนำความรู้ต่างๆมาประยุกช์ใช้ให้เข้ากับ
สิ่งที่เราอยากจะทำ มันจะนำพาความรู้มาต่อยอดให้เราได้เรื่อยๆ .. ” เกษตรกรไทย ก็เก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก ” ครับผม


0 ความคิดเห็น:

หมู คุณเจษฎา



ใช้ ยูพาส อี.จีพาวเวร์ ไม่ต้องใช้ยาฉีดหมูเลย ไม่เจ็บไม่ปวด ผิวหมูเป็นสีชมพู ถ่ายออกมาไม่เหม็น กินน้อย นอนนาน ประหยัดมากๆ แมลงวันไม่มี กลิ่นขี้หมูหาย สุดยอดมากเลยๆ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-295-0971 หรือ สมาชิก ซี.บี.พี เวิลด์ ทั่วประเทศ


0 ความคิดเห็น:

เกร็ดน่ารู้


คุณสมบัติของ FAR INFRARED



        เป็นคลื่นพลังงงานที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิตและมนุษย์(Growth Radiation) ที่มีอยู่ในธรรมชาติ ในรูปแบบพลังงานแสงอาทิตย์ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่สัมผัสได้ในช่วงคลื่นสั้นที่
 6-15 ไมครอน และมีผลต่อเนีื่องกับน้ำ
        โดยเฉพาะน้ำกว่า 70% ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในสิ่งมีชีวิต ลึกถึงชั้นผิวหนังระดับ 5-6 ซม. โดยทำให้โมเลกุลของน้ำแยกตัวเป็นอิสระ หรือสลายแรงยึดเหนี่ยวที่เกาะกันแน่นเป็นกลุ่มที่เล็กลงประมาณ 5-6 โมเลกุลทำให้น้ำเคลื่อนไหวได้มากขึ้น เป็นอิสระขึ้น ช่วยให้การเหนี่ยวนำสารอาหาร และออกซิเจนไปยังเซลล์ได้เร็วขึ้นทำให้เซลล์มีการฟื้นตัวผลิตพลังงาน สร้างภูมิต้านทานผลิตเซลล์ใหม่ๆ พร้อมทั้งช่วยให้การขับถ่ายของเสียและสารตกค้างได้มากขึ้น ช่วยระบบไตและตับไม่ต้องทำงานหนักส่งผลดีต่อสุขภาพ
การเปลี่ยนแปลกโมเลกุลของน้ำโดยพลังงานฟาร์-อิฟราเรด

(การอ้างอิง :พลังงานฟาร์-อินฟราเรดสามารถประยุกต์ใช้ในเทคโนโลยีด้านอาหารและสุขภาพ)

อ้างอิงจาก  http://www.macsumsuk.co.kr/

0 ความคิดเห็น:

ต้นอ่อนทานตะวัน วิธีเพาะต้นอ่อนทานตะวัน ผักที่สุดแสนอร่อยและปลูกง่าย

ต้นอ่อนทานตะวัน วิธีเพาะต้นอ่อนทานตะวัน ผักที่สุดแสนอร่อยและปลูกง่าย
ต้นอ่อนทานตะวัน หรือ ต้นอ่อนทานตะวันงอก นั้น สุดแสนอร่อยปลูกง่าย และมีประโยชน์มากมาย


ต้นทานตะวัน ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดี ช่วยบำรุงเซลล์สมอง ป้องกันโรคสมองเสื่อม(อัลไซเมอร์)
- โดยพบว่า ประโยชน์ต้นอ่อนทานตะวัน นั้น มีโปรตีนอยู่สูง มีวิตามิน A, E สูง บำรุงสายตา ผิวพรรณ
เเละยังลดคอเเลโตรอล เป็นอาหารที่ย่อยง่าย และ ไขมันที่อยู่ในเมล็ดทานตะวันจะเป็นไขมันที่ไม่อิ่มตัว
เนื่องจากกระบวนการงอกทำให้โมเลกุลของสารอาหารในเมล็ดเปลี่ยนแปลงไปอยู่ในรูปที่ร่างกายย่อยได้ง่าย
เช่น โปรตีนเปลี่ยนเป็นกรดอะมิโน แป้งเปลี่ยนเป็นคาร์โบไฮเดรต หรือ กลูโคส เเละไขมันเปลี่ยนเป็นกรดไขมัน
เพราะกระบวนการงอกได้ช่วย่อยสารอาหารมาเเล้วชั้นหนึ่ง นับว่าต้นอ่อนทานตะวัน
มีประโยชน์ต่อสุขภาพเเละเป็นเเหล่งโปรตีนจากพืชที่ดีทีเดียว
วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับปลูกต้นอ่อนทานตะวันงอก
- เมล็ดทานตะวันสีดำ ( black oil sunflower seeds ) โดยสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายอาหารสัตว์ทั่วไป
- ถาดหรือกระบะทึบแสง 2 อัน
- ดินสำหรับปลูก (ดินสวน ดินถุงสำหรับปลูกต้นไม้ธรรมดา )
- สเปรย์ฉีดน้ำเปล่า
วิธีเพาะต้นอ่อนทานตะวัน หรือ วิธีปลูกต้นอ่อนทานตะวัน
วิธีการทำ

1 แช่เมล็ดทานตะวันในน้ำไว้หนึ่งคืน
2 เตรียมถาด 2 ใบ ไม่ต้องเจาะรูระบายน้ำหรือถ้ามีรูก็ไม่เป็นไร
3.ใส่ดินลงไปสูงครึ่งนิ้วถึงหนึ่งนิ้ว ( ใส่ดินนิดเดียวพอ ครึ่งนิ้ว-หนี่งนิ้ว พอให้รากมีที่ยึดเกาะ )
4.ใช้สเปรย์ฉีดน้ำให้ทั่วดินพอชุ่มๆห้ามแฉะมาก
5.โรยเมล็ดทานตะวันที่แช่น้ำแล้วกระจายให้ทั่วในกระบะ ใช้สเปรย์ฉีดน้ำอีกครั้งให้ทั่ว แล้วใช้กระบะอีกใบคว่ำปิดทับด้านบน
6.เปิดรดน้ำด้วยสเปรย์วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น หลังรดน้ำแล้วปิดกระบะไว้เช่นเดิม สักสามสี่วันจะสูงประมาณ 1 นิ้ว
7.เริ่มผลิใบ 1 คู่ ให้ทำการหงายกระบะวางทับไว้ด้านบน เพื่อเป็นการบังคับให้ต้นทานตะวันงอกในระดับเดียวกัน
และใช้สเปรย์รดน้ำเช้า-เย็น แล้วก็วางกระบะทับไว้ด้านบนเช่นเดิม 2-3 วัน
8.ตอนนี้ลำต้นจะสูงประมาณ 2- 3 นิ้ว เอากระบะที่วางทับไว้ออกได้ จะเห็นใบมีสีเหลืองเนื่องจากไม่โดนแสง
ให้เอาถาดวางไว้ในที่ร่มห้ามโดนแสงแดด ไม่กี่ชั่วโมงใบทานตะวันจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียว, สเปรย์รดน้ำเช้า-เย็น
9.วันที่ 7-11 สามารถเก็บเกี่ยวมากินได้ตามความชอบ (ถ้าปล่อยไว้นานจะเริ่มมีใบเลี้ยงคู่ที่สองออกมา รสชาติจะไม่ค่อยอร่อย)
10. เวลาตัดรากก็ใช้กรรไกรตัดโลด รวบมาเป็นกำๆ แล้วก็ตัดงับๆๆๆ ล้างให้สะอาด ผึ่งให้แห้งสะเด็ดน้ำ
เมื่อต้นอ่อนทานตะวันแห้งแล้วแบ่งเก็บใส่ถุงเข้าตู้เย็นไว้กินหรือ แจกเพื่อนบ้าน แจกญาติๆ
หรือไม่ก็สามารถนำไปขายสร้างรายได้ ให้มีผักกินสุขภาพดีถ้วนหน้าในราคาประหยัด ได้เลยครับผม

โดย คุณหมูน้อยกล่าวทิ้งท้ายว่า ได้ซื้อเมล็ดทานตะวันยกถุง 240 บาท 2.7 กิโลกรัม
ปลูกได้สิบกว่าครั้ง (ครั้งละสองถึงสามกระบะ ) เฉลี่ยลงทุนยี่สิบกว่าบาท/ครั้ง
มีทานตะวันงอกกินได้ตลอดในราคาถูกแสนถูก ไม่ใช้ปุ๋ยเร่งหรือปุ๋ยผสมน้ำอะไรเลย
ดินสวนธรรมดา รดน้ำก็อกน้ำเปล่านี่แหล่ะ ผลผลิตนี้ล้นตู้เย็นกินไม่ทันเลยเด้…ฮ่าๆๆ
ตอนแรกก็ห้าวปลูกทุกอาทิตย์ ห้าวโพดๆ เอิ๊กๆๆ หลายโพดๆกินบ่ทันจ้อยแม๋ะ
ตอนนี้ปลูกอาทิตย์เว้นอาทิตย์สลับกับถั่วงอก จะได้มีกินหมุนเวียนทั้งเดือน….  (คุณหมูน้อยกล่าวไว้)
*** หมายเหตุ – การหงายกระบะวางอาจจะสงสัยว่าว่าต้นไม่หักเหรอ
ตอบ : ไม่หักครับ แต่ที่ทำ ทำเพื่อให้ต้นอ่อนจะงอกดันขึ้นมาพร้อมๆกัน
เป็นการบังคับความสูงจะได้ต้นสูงเท่าๆกัน ไม่โด่เด่เอียงหรืองอครับผม
ง่ายไหมครับ เมื่อรู้อย่างนี้แล้วสำหรับใครที่อยากปลูกต้นอ่อนทานตะวันกินเอง
ก็คงต้องรีบปลูกแล้ว เดี๋ยวจะไม่ทันในเทศกาลกินเจ นะครับ
แต่ในส่วนนี้ควรรับประทานในปริมาณที่พอดี และรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ด้วยนะครับ
ขอขอบคุณ ข้อมูลที่มาและภาพ จาก : คุณหมูน้อย จากเว็บไซต์ pantip.com มา ณ.ที่นี้ด้วยครับ

0 ความคิดเห็น:

เกษตรกรผู้ใช้ ยูพาส กับหมูแม่พันธุ์ (ขายลูกหมู)


คุณท็อบ เกียรติบัณฑิต เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูแม่พันธุ์
อ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์
ใช้ยูพาส เพราะได้ยินว่าลดต้นทุนการผลิต
ใช้กับหมูแม่พันธุ์ จากที่สังเกตุ
-ระบบการย่อยอาหารของหมูไม่ดี แม่พันธุ์หลังคลอดจะนอนต้องใช้เวลานานถึงจะฟื้น
แต่พอกินยูพาสแล้วฟื้นตัวเร็วและขี้ไม่ไหลด้วย
-เมื่อก่อนกินอาหาร 3 โลต่อตัวแต่พอผสม ยูพาส ร่วมเหลือ 2 โลต่อตัว
-.ลูกหมูพอคลอดออกมาแต่ก่อนน้ำหนัก 1.7-1.8 กิโล แต่พอกิน ยูพาสร่วม
น้ำหนักของลูกที่ได้ 1.9-2.0 กิโล/ตัว

0 ความคิดเห็น:

ยูพาส เพื่อเกษตรกรไทย ปลอดโรค โตไว กำไรงาม JI-PA-TA-TV


ยูพาส เพื่อเกษตรกรไทย ปลอดโรค โตไว กำไรงาม
อยากรู้ว่า ยูพาส อี.จี พาวเวอร์ คืออะไร? ดียังไง? ใช้อย่างไร?
เรามีคำตอบ









0 ความคิดเห็น:

UPAS e.g power

UPAS e.g power

ยูพาส อี.จี พาวเวอร์ คืออะไร ?

ยูพาส อี.จี พาวเวอร์ คืออาหารเสริมสัตว์และพืช ที่ผลิตมาจากแร่แม็กซุมซุกที่เป็นแร่ธาตุธรรมชาติจากประเกาหลีใต ซึ่งประกอบไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ เช่น  ซิลิกา อลูมิเนียม  แคลเซีมแม็กนีเซียม และแร่เหล็ก เป็นต้น

      สร้างความสมบรูณ์งอกงาม เพื่อสร้างความงอกเงย  อาหารเสริมสัตว์และพืช ยูพาส อี.จี พาวเวอร์ นวัตกรรมแร่แม็กซัมซุก ความสำเร็จของเกษตรกรเกาหลีใต้ สู่ความร่ำรวยของเกษตรกรไทย 


ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ cbpmall.com และที่ upas.cbpmall.com 



0 ความคิดเห็น:

เกร็ดเกษตร

การใช้แกลบดิบลดความเค็มของดิน
การใช้ดินปลูกพืชที่มีปัญหาเรื่องดินเค็มนั้น ขั้นตอนการเตรียมดินก่อนปลูกพืช ควรใช้แกลบดิบ(เปลือกเมล็ดข้าว) คลุกเคล้าในดิน แกลบดิบจะช่วยดูดความเค็มมาสะสมไว้ในตัวมันเอง จึงทำให้ดินมีความเค็มน้อยลง แล้วจึงเลือกปลูกพืชที่ทนเค็ม



เก็บเกร็ดโดย...เกตุอร ทองเครือ กลุ่มสื่อส่งเสริมการเกษตร


0 ความคิดเห็น:

คนดังๆๆๆๆ แห่งสารคาม หมูยูพาส อี.จี พาวเวอร์ คุณละมัย กิติลาภ

คนดังแห่งสารคาม หมูยูพาส อี.จี พาวเวอร์ คุณละมัย กิติลาภ สัมภาษณ์สดทางโทรศัพท์ ออกอากาศเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2558 ทาง จิปาถะ ทีวี ช่อง 149 จานดำ PSI




ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ cbpmall.com และที่ upas.cbpmall.com ‪#‎CBPChannelTV‬ 




0 ความคิดเห็น: